สงครามหม้อแปลงสำหรับไซเบอร์ตรอน

สงครามหม้อแปลงสำหรับไซเบอร์ตรอน

เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการเล่นเกม Transformers ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากรุ่นหนึ่งไปสู่ยุคหน้างวดที่สามในการปรับตัวภาพยนตร์และวิดีโอเกมยอดเยี่ยมเป็นผลงานที่คาดว่าจะได้รับการยอมรับมากที่สุด แปลกมากพอ ๆ กันมันเป็นเกมเดียวในซีรีส์ที่ไม่ได้ผูกติดกับพล็อตหนังเลยแยกออกจากการหาประโยชน์ของ Transformers บนโลกไปสู่ความเป็นมาของโลกบ้านไซเบอร์ตรอนของพวกเขา (ในกรณีที่ชื่อ didn. ‘t เคล็ดลับคุณออก)

แฟน ๆ และนักวิจารณ์ส่วนใหญ่รู้สึกตกใจกับโครงสร้างทางกลมากมายที่แผ่ซ่านไปทั่วโลกของไซเบอร์ตรอนตัวเองและความสามารถด้านกราฟฟิกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่เคยเห็นโลกในสงครามเพื่อไซเบอร์ตรอนและให้ลักษณะซ้ำของสภาพแวดล้อมทั้ง Transformers: เกมและการแก้แค้นของ Fallen อาจจะเป็นสิ่งที่ดี

High Moon Studios ผลิตสงครามสำหรับไซเบอร์ตรอน

อีกครั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ High Moon Studios ติดอยู่กับสิ่งที่เคยทำงานในเกมก่อนหน้านี้: การแยกแคมเปญ คุณสามารถเริ่มต้นด้วยแคมเปญ Decepticon ซึ่งมุ่งเน้นไปที่แหล่งพลังงานใหม่ที่มืดของ Energon ที่ค้นพบโดย Megatron ที่ไม่หยุดยั้งและพลังและความสามารถที่ใช้งาน หรือเริ่มต้นเป็น Autobot ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการตอบสนองต่อการคุกคามของ Decepticon

เช่นเดียวกับในรุ่นก่อนของมันมีพรีเมี่ยมกับความสามารถของหม้อแปลงที่จะเปลี่ยน fluidly จากหุ่นยนต์เพื่อ alt โหมด; สงครามเพื่อไซเบอร์ตรอนใช้มันสวยงามเพิ่มเติม: มีจริงระดับขึ้นอยู่กับความสามารถของ Transformers เพื่อแปลง! ในทางปฏิบัติคุณต้องใช้ความสามารถนี้เพื่อทำให้สิ่งต่างๆง่ายขึ้นและบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง

โหมดผู้เล่นหลายคนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นแม้กระทั่งจาก Revenge of the Fallen ซึ่งเป็นเกมที่มีคุณสมบัติในการแลกของรางวัลเพียงไม่กี่เกม มีคุณลักษณะเพิ่มเติมในการพัฒนา Transformer ของคุณเองอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นซึ่งอาจเป็นเกมสำหรับตัวเองทั้งหมด เมื่อรวมกับกราฟิกเหนือจริงเอฟเฟ็กต์เสียงและการควบคุมเกม – พวกเขายังมีสิทธิ์ในเวลานี้ – War for Cybertron พร้อมทำเกมอื่น ๆ ล้าสมัยและทำหน้าที่เป็นตัวเตือนความทรงจำว่าพวกเขามาไกลแค่ไหน

สรุปได้ว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทำดีที่สุดแล้ว ในความเป็นจริงพวกเขาได้ดีกว่านั้น; สงครามสำหรับไซเบอร์ตรอนอาจเป็นเกมที่ดีที่สุดของปี หากมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับ War for Cybertron เกมนี้น่าจะหมายถึงการพลบค่ำการเผาไหม้วิดีโอเกม มันไม่น่าจะได้รับดีกว่านี้ ฉันจะใส่เกมนี้ขึ้นกับ Black Ops และ Gears of War วันใดก็ได้ มันจะสูญเสีย; แต่ยังคง.

วิธีตามหา Micro Influencer เพื่อมาช่วยโปรโมทแบรนด์คุณ

วิธีตามหา Micro Influencer เพื่อมาช่วยโปรโมทแบรนด์คุณ

Influencer ในยุคนี้นับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการทำการตลาด หรือการสร้างควสามเชื่อในตัวแบรนด์และสินค้ากับบริการของแบรนด์ต่าง ๆ หลาย ๆ แบรนด์ที่ดีนั้นะมี Influencer ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแบรนด์ที่ตัวเองรัก และโปรโมทแบรนด์ที่ตัวเองชอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการใช้ Influencer ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดที่การใช้ Celeb หรือคนที่มีการติดตามเยอะ ๆ แล้ว แต่เริ่มมาถึงการใช้งานกลุ่ม Influencer ที่เรียกว่า Micro Influencer ขึ้นมานั้นเอง

Micro Influencer นั้นคือกลุ่มคนใน Social Media Platform ที่ถือจำนวนผู้ติดตามที่มีจำนวนไม่ได้มากและไม่ได้น้อยจนเกินไป และมีอิทธิพลทางความคิดต่อกลุ่มที่มีความเฉพาะเจาะจงนี้อย่างมาก ซึ่งในเมืองนอกเองให้คำจำกัดความว่า Micro Influencer ควรจะมีผู้ติดตามหลัก 10,000 คนจนถึงไม่เกิน 100,000 คนนั้นเอง การเลือก Micro Influencer ที่ดีนั้นไม่ได้ต่างอะไรจากการเลือก Influencer โดยทั่วไป ซึ่งต้องเลือกจากคนที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์ที่แบรนด์เข้าไปเชื่อมได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มีคนติดตามที่มีปฏิสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 5% ของ Engagement Rate และสุดท้ายคือกลุ่มเป้าหมายต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ที่อยากจะเข้าไปสื่อสารนั้นเอง

ทั้งนี้ในยุคนี้การใช้ Influencer ส่วนใหญ่เริ่มจะเข้าไปมองหาใน Instagram กันแล้ว เนื่องจากการที่ผู้ใช้ Social Media หลัก ๆ นั้นเริ่มทยอยหนี Platform เก่า ๆ ไปอยู่ในที่ใหม่ ๆ ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องคนติดตามและเนื้อหาต่าง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้สนใจ ทำให้การตลาดทาง Instagram นอกจากการที่แบรนด์จะทำเนื้อหาของตัวเองลง Instagram แล้ว การต้องมีคนที่มีคนติดตามจำนวนหนึ่งอย่าง Micro Influencer ใน Instagram มาช่วยโปรโมทอีกทางจะช่วยได้อย่างมาก ดังนั้นการหา Influencer ให้ได้ตามเงื่อนไขเพื่อให้สามารถทำการตลาดได้มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ และวันนี้่เราจะมารู้จัก 4 วิธีในการหา Micro Influencer นี้

1. เลือกจากคนที่ติดตามคุณ : ใครเล่า จะเป็น Influencer ไปได้ดีกว่าคนที่เป็นแฟนหรือติดตามแบรนด์คุณอยู่แล้ว ด้วยกลุ่มคนที่ติดตามแบรนด์นี้ย่อมมี Passion ของแบรนด์อยู่และทำการโปรโมทได้อย่างดีต่อคนที่ติดตามตัวเองขึ้นมา ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ควรทำคือกสารเข้าไปหาว่าคนที่ติดตามตัวเองนั้นเป็นใครบ้าง และมีใครที่สามารถเข้าเงื่อนไขที่จะมาเป็น Influencer ให้แบรนด์ได้บ้าง ดูว่าคนที่ติดตามนั้นโพสเนื้อหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์คุณด้วยสไตล์ไหนและได้ผลตอบรับอย่างไร และตรงกับเป้าหมายทางการตลาดที่อยากได้หรือไม่ แล้วจึงเริ่มติดต่อคนเหล่านี้ว่าถ้าจะให้มาเป็น Micro Influencer จะเป็นด้วยเงื่อนไข หรือมีผลตอบแทนกันอย่างไร อะไรคือกฏในการทำงานร่วมกัน และจะทำงานให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร

2. ใช้ #Hashtag ในการตามหาคนเหล่านี้ : สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถเจอ Influencer ได้คือการใช้ Hashtag ต่าง ๆ นั้นเองด้วย Hashtag นี้จะทำให้นักการตลาดสามารถเจอคนที่มีความชอบหรือมีความสนใจที่แบรนด์กำลังหาอยู่ก็ได้ขึ้นมา สิ่งที่นักการตลาดต้องทำในการที่จะเจอ Influencer เหล่านี้คือการใช้ Hashtag ที่มีความเฉพาะเจาะจงที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ขึ้นมา ด้วยวิธีจะทำให้เจอว่ามีใครกันที่น่าสนใจที่น่าจะเป็นเป้าหมายให้คุณเลือกมาเป็น Micro Influencer ได้ นอกจากใช้ข้อความ hashtag ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์อาจจะลองหาคำที่เกี่ยวข้องกับคู่แข่งด้วยก็ได้เพื่อที่จะได้ คนที่น่าเชื่อถือที่แบรนด์คู่แข่งยังไม่เจอ หันมาเปลี่ยนใจเป็น Influencer ให้แบรนด์เราต่อไปได้

3. หาจาก Location : สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการใช้ Influencer นั้นคือการสามารถเลือก Influencer ในพื้นที่หรือในท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาได้ ซึ่งทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ได้แม่นยำขึ้นไปอีก วิธีการคือการลองหาว่าในแต่ละจังหวัดหรือภาค ต่าง ๆ นั้น ๆ ใครกันที่กำลังเป็นที่สนใจของคนกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้อาจจะให้เครื่องมืออย่าง Social Listening หรือ Social Monitoring ทำงานมาว่าใครกันที่กำลังนิยมในพื้นที่นั้น ๆ อีกทางที่ง่าย ๆ คือการใช้ Hashtag อย่างพื้นที่มากรองเพื่อให้ Influencer ที่อยู่ในพื้นที่ที่แม่นยำขึ้น

4. ใช้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญไปเลย : ทางสุดท้ายสำหรับคนที่ไม่มีเวลาหา Influencer เองหรือไม่รู้จะหาอย่างไรแล้ว การใช้บริษัทที่มีการรวบรวมรายชื่อ Influencer ในมือก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถประหยัดแรง และเวลาในการที่จะมารวบรวมและติดต่อ Influencer เหล่านี้ลงไปได้ และทำให้การทำงานนั้นง่ายขึ้นด้วยการไปจัดการบริษัท Influencer เจ้าเดียว แทนที่จะต้องมานั่งจัดการ Influencer ทุกคน แต่ว่าการทำแบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาในการบริหารจัดการ หรือการที่รายชื่อนั้นไม่ได้มีคุณภาพ ได้งานไม่ตรงและเลวร้ายก็คือได้บริษัทที่มาร่วมงานได้ไม่ดีดังที่นำเสนอตัวเองไว้ ดังนั้นการจะจ้างบริษัทเหล่านี้ ต้องศึกษาดี ๆ ก่อนใช้งาน

เพิ่มเติม : http://www.ranksocialdigital.co.th/our-services/seo/